================================================== -->

fifa55 ฝาก ขั้น ต่ํา 501️⃣M98

ถอดหัวโขนลงพื้นที่ 3รมตอ้างเข้าใจบทบาทดี ดูดลูกกำนันเซียะซํ้า เป๊าะ 16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 3 รัฐมนตรีพลังประชารัฐเดินสายการเมืองแล้ว ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมรับฟังปัญหา ชี้มาในฐานะพรรคถอดหัวโขน รมตแล้ว ยันเข้าใจบทบาทตัวเองดี อุตตม ลั่นมีแผนเดินสายวันหยุดอีก เผยเหตุ โพธิพิพิธ ยกครัวมาซบเพราะผู้ใหญ่อ้างจะช่วยเหลือเหมือนกรณี กำนันเป๊าะ หากปักธงเมืองกาญจน์ยกจังหวัด มาร์ครู้ปัญหาแต่ไม่ขอพูดมาก พื้นที่สระบุรีเดือด อดิเรกสาร มึนดูดจนพื้นที่ทับซ้อน เมื่อวันจันทร์ถือเป็นครั้งแรกที่ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) ได้ลงพื้นที่ระดมสมองและรับฟังปัญหาที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งนายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหาร พปชรและประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยมได้จัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมตประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค พปชรได้เยี่ยมชมซุ้มต่างๆ ที่นำมาแสดงและได้ทดลองนวดแผนไทยด้วย ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค พปชรกล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมว่า ขอทำความเข้าใจวันนี้ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี แต่มาในนาม พปชร จึงอยากให้ทุกคนสบายใจ ไม่ได้มีหัวโขนติดมา โดยอยากมาฟังพี่น้องประชาชนจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน เราจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้สู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย เพราะสิ่งเหล่านี้หากได้ทำจะช่วยพี่น้องประชาชน ช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศ ช่วยคนข้างล่างได้มีโอกาส นี่คือสิ่งที่ตั้งใจมา นายสนธิรัตน์กล่าว ต่อมาในวงหารือเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ กว่า 200 คนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และส่ง 3 รัฐมนตรีเข้ารับฟัง โดยมีตัวแทนผู้นำชุมชนแสดงความเห็นทีละคน ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของรัฐบาล พร้อมขอบคุณรัฐมนตรีที่ใช้แนวทางประชารัฐแก้ไขปัญหาให้ชุมชน ทั้งนี้นายภานุมาศ แก้วนอก ตัวแทนชาวนาจาก จนครราชสีมา เรียกร้องให้เร่งทำพื้นที่ภาคอีสานเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตข้าว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งหาก พปชรผลักดันจริงจัง เชื่อว่านายอุตตมจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน และ พปชรจะได้ใจคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด นอกจากนี้ตัวแทนยังเรียกร้องให้ปลดหนี้เกษตรกร, ทำให้ชาวนามีเงินเดือน 3,000 บาทต่อครอบครัว และส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยววิถีชุมชน รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งจากตัวแทนเกษตรกร นายอุตตมกล่าวว่า ยินดีที่ประชาชนตื่นตัว ตื่นรู้ว่าอยากได้ประเทศและคนที่ขึ้นมาดูแลบริหารประเทศอย่างไร การพูดคุยวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการเมืองต่อไปในอนาคต และทุกเรื่องวันนี้จะรับไปดำเนินการเลย ภายหลังวงหารือเสร็จสิ้น นายชวนได้ร้องเพลงอยากให้ความรักที่แต่งขึ้นเอง พร้อมแต่งกลอนพลังใจ ก่อนระบุว่าชุมชนไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเราอยู่ ประเทศไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเรา นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรีและผู้บริหารพรรค พปชร หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรใช้ที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมืองว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสวันหยุดมารับฟังประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรีเข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ตอบว่าไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆ เป็นการหาเสียงล่วงหน้านั้น ยืนยันไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป เมื่อถามว่ากลัวกระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบช้ำนั้นเพราะไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำย่อมลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังมากที่สุด และเวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีให้ดีที่สุด โดยจะยุติบทบาทรัฐมนตรีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ส่วนนายอุตตมกล่าวว่า มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่จะมาทำงานให้ชาติ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นคนไทยทำอะไรดีๆ เพื่อประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มารับฟัง และไม่ใช่มาในนามพรรคการเมืองหรือมานำเสนอนโยบาย เพราะพรรคยังไม่เกิด ซึ่งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความเห็นประชาชนนั้น เบื้องต้นเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่เพิ่มเติมช่วงวันหยุดราชการ เพื่อนำประเด็นที่ได้จากการพูดคุยไปใช้ในการทำนโยบายในอนาคต ส่วนจะลงพื้นที่ไหนหรือจังหวัดนอกพื้นที่ กทมหรือไม่ ขอพิจารณาตามโอกาสอีกครั้ง เมื่อถามถึงการดึงตัวอดีต สสพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม นายอุตตมกล่าวว่า เป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค แต่กลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่ เมื่อถามว่าล่าสุดพบว่ามี 3 อดีตสมาชิกสภากรุงเทพ (สก) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มาร่วมฟังความเห็นครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเปิดตัวเข้าร่วมหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็น ส่วนกรณี นพพลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) นั้น มีการส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง ทั้งนี้ ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มี สกของพรรค ปชปที่มีข่าวว่าได้ย้ายมาสังกัด พปชร 3 คน ได้แก่ นสกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต สกพระนคร, นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต สกคลองเตย และนางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต สกดอนเมืองมาร่วมด้วย โดยนางกรณิศระบุว่าการตัดสินใจย้ายจาก ปชปไม่ใช่เพราะคำชวนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ แต่ตัดสินใจเอง หลังจากเห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง สสหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรค และไม่ทราบว่าจะมี สกปชปย้ายมาสังกัดอีกหรือไม่ ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวถึง 3 รัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชนที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมว่า เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นไม่ใช่แค่ 100% แต่เป็น 10,000% เพราะเอาเปรียบตั้งแต่คิดตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ชวนคนเข้าไปในทำเนียบฯ เอาเปรียบมาเป็นปีแล้ว ครั้งนี้จะเอาเปรียบอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร หากไม่อาย สังคมจะต้องมองเรื่องนี้ให้ละเอียด ท่านไม่ได้มาจากฐานของประชาชน แล้วยังเอาอำนาจที่มีอยู่ไปหาเสียงโดยอ้างประชาชน แล้วจะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร การจะไปบอกให้ 3 รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเป็นการสีซอเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์ นายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่พบประชาชน แต่อ้างว่าไม่ได้สวมหัวโขนรัฐมนตรีนั้น ความเป็นจริงคนเป็นรัฐมนตรีแล้วมีอำนาจบริหารถึงอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธการเป็นรัฐมนตรีได้ จึงถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ถูกแช่แข็งไม่ให้เคลื่อนไหวอย่างยิ่ง ถ้าอยากแข่งขันกันแฟร์ๆ คสชก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับนโยบายสร้างความปรองดองให้คนในชาติ เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองขัดแย้งมานาน แต่พอจะมีการเลือกตั้ง การสร้างความปรองดองกลายเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เพราะเริ่มสาดโคลนใส่กันทันที อยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นการแข่งขันกันทางนโยบาย และหยุดความขัดแย้งไว้ก่อน เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้พี่น้องประชาชน การเลือกตั้งก็สู้กันด้วยนโยบาย แพ้ชนะแล้วจบ เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ถ้าหากปล่อยไปเช่นนี้หลังเลือกตั้งประเทศก็คงจะมีความขัดแย้งอีก โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าว วันเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวในกรณีการย้ายพรรคอีก โดยเฉพาะกรณีนายธรรมวิชญ์ และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ บุตรชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต สสกาญจนบุรี ปชปจะย้ายไปพรรค พปชร โดยมีรายงานแจ้งว่ามีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ซึ่งนายประชาถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่านนางเขมพร ต่างใจเย็น หรือซ้อเขม ภรรยากำนันเซียะที่หลบหนีไปด้วย โดยประสานงานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะผู้ใหญ่ใน พปชรตั้งเป้าต้องปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้ มีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้ในลักษณะเดียวกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะที่ได้รับการพักโทษไปก่อนหน้านี้ และกลุ่มพรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม จะเข้าซบ พปชร ซึ่งลูกชายกำนันเซียะต้องย้ายพรรค โดยได้แจ้งให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ปชปที่ทั้งสองให้ความเคารพรับทราบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รายงานแจ้งอีกว่า พปชรยังมีความพยายามที่จะดูดอดีต สสกาญจนบุรี ปชปอีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยมีซ้อเขมเป็นผู้ประสานงาน และขอร้องเพื่อช่วยกำนันเซียะกลับไทยเร็วขึ้น เนื่องจากมีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องได้ยกจังหวัดนายปารเมศยอมรับว่าถูกทาบทามจากผู้มีอำนาจหลายด้าน ทั้งตำรวจ ทหาร และผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่ พปชรเพื่อพัฒนาจังหวัดในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนนายฉัตรพันธ์กล่าวว่า มีการทาบทามให้ไปสังกัด พปชรจริง แต่จะยืนหยัดอยู่กับ ปชปต่อ เนื่องจาก ปชปให้โอกาสได้เกิดทางการเมืองขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้า ปชปกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีต สสกาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีต สสของพรรคไปสังกัด พปชรอย่างต่อเนื่อง ด้าน รตปรพล อดิเรกสาร อดีต สสสระบุรี ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชรกล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำ พปชรทาบทาม นสกัลยา รุ่งวิจิตรชัย อดีต สสสระบุรี ปชปมาร่วมงาน จนอาจส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เลือกตั้งสระบุรีเขต 1 ว่า ถ้าเป็นจริงจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องมีฐานเสียงตรงข้ามกันมาตลอด ซึ่งบางทีคนในพรรคอาจไม่เข้าใจตรงนี้ลึกซึ้ง และได้วางตัวทีมงานลงแทนในเขตนี้ไว้นานแล้ว คือนายปริญญา วันทา ที่ปรึกษา อบจสระบุรี และเคยพานายปริญญาไปพบผู้ใหญ่ในพรรค รวมถึงให้ความเห็นชอบแล้วด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนเเปลงอะไร แกนนำพรรคต้องมาบอกกล่าวให้รับทราบก่อน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สสเชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี รตอชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรพูดเรื่องการเมืองในทำเนียบฯ ว่า ทำเนียบฯ เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน หากจะแยกแยะไม่ให้พูดเรื่องการเมืองอาจเป็นเรื่องยาก แทนที่ กกตจะไปจับตาตรงนั้น อยากให้ กกตไปจับตาในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกัน ล่าสุดวันที่ 14 ตคได้รับแจ้งจากอดีต สสของพรรคในพื้นที่ จพะเยา ว่าตัวแทนพรรค พปชรมีการแนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชรเขต 1 จพะเยา โดยจัดให้มีการชุมนุมของประชาชนและผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสชหรือไม่ ตรงนี้อยากให้ กกตเข้าไปตรวจสอบด้วย หากพรรคการเมืองหนึ่งทำได้ แต่อีกพรรคทำไม่ได้ จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พทกล่าวถึงกรณีนายชูกัน กุลวงษา อดีต สส นครพนม เขต 4 ย้ายไปอยู่ พปชรและทำให้ตนเองอาสามาลงเขตดังกล่าวแทนว่า เมื่อวันที่ 14 ตคได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหาประชาชน แต่มีทหารสองนายนอกเครื่องแบบตามประกบถึงในห้องประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีทหารชั้นผู้น้อยได้รับคำสั่งเช่นนี้ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัด ซึ่งน่าจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของชาติ ขออนุญาตฝากท่านผู้บังคับบัญชา ควรมอบหมายภารกิจให้ถูกต้องกับหน้าที่ของทหาร ผมหวังที่จะเห็นทหารที่ลงตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศขณะนี้ได้กลับกรมกอง บ้านเมืองมิได้มีภัยคุกคามใดๆ เลย ตรงกันข้ามถ้าทหารยังอยู่ตามตำบลหมู่บ้านในช่วงเวลานี้ จะถูกสังคมกล่าวหาว่าบล็กพรรคการเมืองอื่น แต่ปล่อยพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล การเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม อันจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นประเทศถดถอย จึงขอฝากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม นายชวลิตกล่าว

  • เยี่ยมชมบล็อก:816501
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 417
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-18 00:56:59
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

นายชูกัน กุลวงษา

ที่เก็บบทความ

2015(57)

2014(431)

2013(759)

2012(282)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: China.com

bet911 pantip, ก็สงสัย มีข่าวเล็กๆ บอกว่า วันที่ ๑๔ ตุลาคม ครบรอบ ๔๕ ปี ของการลุกขึ้นสู้อำนาจเผด็จการทหาร หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมรำลึก โดยเฉพาะที่อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ในวันที่ ๑๔-๑๖ ตุลาคม พศ๒๕๑๖ มีภาพเหตุการณ์น่าสนใจ โดยเป็นการรำลึกของ ผศดรวินัย ผลเจริญ อาจารย์วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มมหาสารคาม ที่ได้จุดเทียนรำลึกเหตุการณ์คนเดียว โดยในภาพมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบยืนดูอยู่ใกล้ๆ มีผู้แชร์ภาพดังกล่าวต่อเป็นจำนวนมาก สืบสานเจตนารมณ์ ๑๔ ตุลา ทำกิจกรรมคนเดียว มี ๓ คนในครอบครัวช่วยดูและถ่ายรูปให้ พอจุดเทียนเสร็จก็พูดบอกลูกชาย ซึ่งเกิดวันที่ ๑๔ ตุลา ให้รู้ความสำคัญของ ๑๔ ตุลา ในประวัติศาสตร์ไทย เผื่อลูกจะได้รักประชาธิปไตยและรังเกียจเผด็จการ ผศดรวินัย ระบุ ที่บอกว่าแปลกใจคือ ทำไม ผศดรวินัย ต้องรำลึกคนเดียว ทำไมต้องมีตำรวจไปยืนล้อมราวกับว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง และใครเรียกมา ๑๔ ตุลา เป็นประวัติศาสตร์ร่วมของคนทั้งชาติ หลายที่ในประเทศไทยมีการจัดงานรำลึกเป็นปกติเช่นทุกปี คนใน คสชก็ไปรำลึกกับเขาด้วย ฉะนั้นภาพที่สื่อออกมาจึงสงสัยว่า จะบอกอะไรกับสังคม ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา พฤษภาทมิฬ เป็นประวัติศาสตร์ที่ปราศจากข้อสงสัยว่านั่นคือการต่อสู้ระหว่างนักศึกษา ประชาชน กับเผด็จการทหาร มีประเด็นที่นักวิชาการต้องไปตีให้แตกว่า ทำไมคนที่สนับสนุน คสชจำนวนมาก ถึงรำลึกเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา มีจุดต่างอะไรที่ทำให้ คสชไม่ถูกเหมารวมไปอยู่ในกลุ่มเผด็จการในอดีต ในทางกลับกัน กลุ่มนักศึกษายุค ๑๔ ตุลา หลายคนเป็นระดับแกนนำ เคยเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่มีจีนหนุนหลัง เคยต่อต้านทุนนิยม ต่อต้านอเมริกา มาวันนี้หลายคนเป็นส่วนหนึ่งของทุนนิยมเสียเอง ที่สำคัญเป็นฟันเฟืองให้กับระบอบทักษิณ มีส่วนรวมในการโกงกินประเทศ และหลายคนโปรอเมริกา เชิดชูประชาธิปไตย แต่ยังสร้างภาพกอดหนังสือมาร์กซ์ เลนิน ถ้าอ้างว่าการเมืองมีพลวัต นักวิชาการควรไปวิจัยให้ชัดว่า ครั้งหนึ่งทำไมคนเกลียดถนอม ณรงค์ ประภาส มาวันนี้ถึงได้สนับสนุนประยุทธ์ ทหารเหล่านี้มีความเหมือน ความต่างตรงไหน เช่นเดียวกัน ควรวิเคราะห์ให้เห็นภาพว่า หากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย สามารถเปลี่ยนประเทศไทยเป็นคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ วันนี้ สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย ที่โหยหาจะอยู่ในมือประชาชนจริงหรือไม่ ครับแค่อยากจะคุยในสิ่งที่คนไม่อยากคุย เพราะไม่อยากพูดถึงและค้นหาความจริงพลังดูด พลังประชารัฐ เร่งเครื่องหนัก ก่อนเส้นตาย 23 พย   16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น เว็บ บา คา ร่า ไม่มี ขั้น ต่ํา ทำไป-ทำมา แผน แตกพรรคย่อย ไปกวาดคะแนนตก เอา สสปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อมารวมกันเป็น เสียงข้างมาก ตั้งรัฐบาลของทักษิณ ทำท่าจะกลายเป็น แย่งตกปลาบ่อเดียวกัน ไปซะแล้ว! แต่ก่อน เพื่อไทย พรรคเดียว เป็นพรรคแดง เพื่อทักษิณ แต่ตอนนี้ เจ้าเล่ห์ ด้วยรู้มาก จึงแตกไลน์สินค้าไปอีก ๒ แบรนด์ เพื่อธรรม กับ เพื่อไทย วางตำแหน่งเป็นสินค้ากันตลาด ปาร์ตี้ลิสต์ ๑๕๐ ที่นั่ง กะกวาดคะแนนขาประจำ-ขาจร ไม่ให้กระเด็นไปพรรคอื่น เพื่อไปแลกเป็น สสปาร์ตี้ลิสต์ ให้ได้มากที่สุด แล้วรวมกับ สสเขตที่หมายมั่นจะกวาดได้เฉียด ๒๐๐ ผสมพรรคบริวารอีก เบ็ดเสร็จ ๓๐๐ ขึ้นแหงๆ นี่ วาดวิมานแม้ว ไว้อย่างนี้! ขึ้นต้น ก็ลำไม้ไผ่อยู่หรอก แต่ดูๆ ไป ถึงตอนนี้ มันชักจะยังไงชอบกล? เพื่อธรรม ของชายจืด นอกจากเข้าลักษณะ กล้วยตานีปลายหวีแดงเหี่ยว แล้ว คือเหี่ยวไปทาง เพื่อเจ๊ กับ ผัวเจ๊ มากกว่า เพื่อทักษิณ จนออกอาการหงอยไปด้วยกัน ทั้งพรรคหลัก-พรรครอง พรรคที่ มาทีหลัง แต่ทำท่าจะดังกว่า ด้วยนโยบายแปลกแยกจากยานตัวแม่ คือ พรรคเพื่อชาติ ของ ยงยุทธ-จตุพร วางตำแหน่งเป็นเกลือเคมีที่เรียก น้ำประสานทอง พร้อมผสมเข้าได้กับทุกพรรค-ทุกสี! ทำเอาเพื่อไทย ตัวแม่ และเพื่อธรรม ตัวลูก นอกจากเหี่ยวแล้ว ยังเกิดภาพเป็นพรรค แดงตายซาก แปลกแยก แตกเมือง ดีแต่หลอกแดงไปตายและไปติดคุกแทน ส่วนตัวเองและครอบครัว หนีไปลั้นลา เสวยสุขจากเงินโกงไม่แบ่งอยู่เมืองนอก-เมืองนา นอนโรงแรม ว๕ คืนละเป็นแสนๆ ส่วนพรรค เพื่อชาติ ทำท่าจะกลายเป็นศูนย์รวม แดงแท้-แดงเทียม ที่ไม่เหวง-ไม่ธิดา-ไม่เต้น ในท้องตลาดไปแล้ว แบบนี้ สงสัยว่า กว่าจะถึง ๒๔ กุมภา ๖๒ แดงหมกมุ่น ๒ ผัวเมีย เหวง-ธิดา คงต้องเอากะเขาบ้าง ตั้งพรรค เพื่อ นปช แชร์ส่วนแบ่งตลาดแดงนั่นแหละ! ทุกขะโต ทุกขะถานัง ทักษิณเอ๊ย ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว ไม่มีใครฆ่าให้เป็นเสนียดมือ ลงท้าย ตัวเองนั่นแหละฆ่าตัวเอง ด้วยความคิดร้อยเล่ห์-ร้อยกลตัวเอง ดูเงาตัวเองวันนี้ไว้ อย่าเอาแต่ส่งสมุนเที่ยวเห่าพรรคโน้น-พรรคนี้หน้าจอ จนแต่ละสมุนกลายเป็นคณะตลกไพร่ แข่งโรเบิร์ต สายควัน ไปแล้ว แต่ละพรรคเขามีหัว-มีหาง แต่พรรคเพื่อไทยตัวเอง มีแต่ หาง ยกเป็น หัว แล้วปล่อยให้หางเห่า ด้วยหลงอดีต ว่ายังไงๆ พวกแดงก็ยังตาบอดเหมือนเดิม เชิดใครมาก็ได้ ต้องเลือกพวกกูเข้าไปใหญ่กินเมืองวันยังค่ำ! ยิ่งเห็นนางกระยางขาว กรีดกรายสยายบทคนรู้ใจ อวดทื่อว่าคมไปแต่ละวัน จึงไม่แปลกใจที่สังคมเห็น พลเอกประยุทธ์ ผิวปากตามเพลง ด้วยไม่ให้ราคา คนอย่างนี้น่ะหรือ เป็นแม่ทัพใหญ่เพื่อไทย ที่ทักษิณส่งมาตีเมือง ? เห็นยกโคตรโพสต์ไอจีอวดนั่น-อวดนี่กันดีนัก วานซืน พลเอกประยุทธ์ เลยจัดเต็ม ย้อนศรให้บ้าง เปิดช่องทางสื่อสารไอที ถึงพี่น้องไทยจากนายกฯ รวดเดียว ๓ ช่องทางเลย ช่องทางแรก เปิดเพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha Government Official โพสต์ภาพ โพสต์ข้อความแนะนำตัวเสร็จสรรพ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน จากการที่พวกเราส่วนใหญ่ นิยมสื่อสารกันผ่าน Facebook อยู่เป็นประจำ ผมจึงถือโอกาสเปิด Facebook ส่วนตัวของผม เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางในการสื่อสารแนวนโยบาย การทำงานของผมและรัฐบาล รวมถึงเล่าสู่กันฟัง ถึงข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ และเป็นช่องทางที่ผมและพี่น้องประชาชนจะเข้าถึงกันได้ดียิ่งขึ้น หากท่านมีข้อเสนอแนะ ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือต้องการให้ผมลงไปดูแลแก้ปัญหา ก็สามารถเขียนเข้ามาเล่าสู่กันฟังได้ เพื่อที่ผมและทีมงาน จะได้มีข้อมูลและดูแลช่วยเหลือได้โดยตรงครับ เท่าที่อ่านจากข่าว ได้ผลทันตาเห็น ไม่ถึงวัน ทั้งชม-เชียร์-แช่ง-ด่า ทั้งดอกไม้และเกี๊ยะ มากันเพจแตก เพจแตกไม่กลัว กลัวเจ้าของเพจอ่านแล้วตบะแตกมากกว่า! จุดหมายปลายทาง รู้ คือ ตัวนายกฯ แต่ต้นทางคนเขียนเป็นใคร ไม่รู้ นี่คือ วัฒนธรรมช่องทางสื่อสารไอที ฉะนั้น นายกฯ ไม่ต้องทำใจ แต่ต้องเข้าใจ และหนักแน่นเมื่ออ่านทุกข้อความ อย่าไปหมกมุ่น อินในข้อความ โลกไอที ใครมีมือถือ ก็เป็นเจ้าของสำนักสื่อได้ทุกคน ฉะนั้น คนทุกคน พร้อมสื่อข้อความ แต่ไม่พร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองสื่อสักเท่าไหร่ แต่ทุกข้อความ เมื่อใช้เครื่องกรองยี่ห้อ สุสสูสัง ลภเต ปัญญัง ฟังดีย่อมเกิดปัญญา กรองแล้ว ไม่ว่าชมหรือด่า ตะกอนที่ได้ มีประโยชน์แน่นอน! นอกจากเพจ fb แล้ว ยังเปิดช่องทางอินสตาแกรม หรือไอจี @Prayutofficial และ ทวิตเตอร์ ในชื่อผู้ใช้งาน @Prayutofficial แต่ถ้าอยากรู้ประวัติ เรื่องราวข่าวสาร เกี่ยวกับนโยบาย อยากบอกปัญหา อยากติดต่อนายกฯ ชอบ-ไม่ชอบอะไร ใช้เว็บไซต์ wwwprayutchan-o-chacom/ ว่ากันได้เต็มที่เหมือนกัน การที่นายกฯ เข้าเป็นสมาชิก ประชาคมโซเชียลมีเดีย เช่นนี้ นอกจากเปิดช่องทางสื่อสาร ๒ ทาง แล้ว นายกฯ ต้องการสื่อถึงอะไร? ผมก็ไม่รู้นะ แต่เดาเอา นี่เป็นสัญญาณยืนยันคำที่ท่านเคยบอก ผมสนใจการเมือง ว่าคืบหน้าไปอีกขั้น ขั้นนี้ ท่านเจตนาบอก ผมตัดสินใจจะเข้าสู่การเมืองตามกติกา แน่นอนแล้ว! ตามกติกา หมายถึง ถ้าจะเป็นนายกฯ อีกสมัย ก็จะเป็นนายกฯ ตามระบบเลือกตั้ง พลเอกประยุทธ์ หมดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส แต่มีสิทธิ์ สมัครเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมือง ที่ต้องยื่น กกตก่อนวันปิดรับสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ ส่วนจะสมัครอยู่ในบัญชี ๓ รายชื่อนายกฯ ของพรรคไหน ณ ขณะนี้ นอกจากตัวท่าน เกรงว่า แม้ อาจารย์น้อง ภรรยาท่าน ก็คงต้องใช้เวลาอีกนิด เพื่อเดาใจ! เหตุที่ต้องทำให้ชัดเจนขึ้น ในประเด็น เอา-ไม่เอา คงหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่เห็น ตอนนี้ พรรคใหญ่-พรรคย่อย เริ่มปล่อยวาทกรรมพิฆาตด้วยคำว่า สืบทอดอำนาจ ใส่พรรครัฐบาลแล้ว คำนี้ อยู่ในชุด วาทกรรมการเมือง ใช้กันทางบุคคลของกองทัพเข้าสู่อำนาจได้ผลมาแล้วหลายครั้ง ที่เด่นชัด ในยุค รสช พลเอกสุจินดา คราประยูร พรรคการเมืองเสียงข้างมาก เลือกให้เป็น นายกฯ คนนอก ในขบวนการต่อต้าน วลีว่า สืบทอดอำนาจเผด็จการ ดูจะเข้าหูประชาชนมาก จากพลตรีจำลองเล่นบท เตมีย์ใบ้ นั่งปิดปาก ไม่พูด-ไม่กินหน้ารัฐสภา ในเดือนกุมภาเท่านั้นแหละ ด้วยคำว่า สืบทอดอำนาจ แตกลูก-แตกวง ขยายจากหน้ารัฐสถา ไปถนนราชดำเนิน และสนามหลวง เป็น สุจินดา ออกไปสุจินดา ออกไป เกิด พฤษภาทมิฬ ในที่สุด เมื่อปี ๒๕๓๕ วานซืน ดูข่าวโทรทัศน์ เห็นนางเอก กทมออกมาสยายผม-สยายยิ้ม เริ่มปล่อยวาทกรรมคำว่า สืบทอดอำนาจ เป็นเชื้อทิ้งไว้แล้ว ฉะนั้น ในสังคมฟังง่าย-เชื่อง่าย ไม่ชอบกลั่นกรอง เมื่อฟังบ่อยๆ คำว่า สืบทอดอำนาจ จะฝังจำ นำไปควบจ้องพลเอกประยุทธ์ทันที ก็มีแต่รีบทำให้ชัดเจนในเส้นทาง เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ เท่านั้น ดีกว่าต้องไปอธิบายทีหลัง ว่า นายกฯ บัญชีรายชื่อพรรค เป็นนายกฯ มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ อย่างที่มีคนพยายามพูดให้ชาวบ้านเข้าใจไขว้เขว! นี่ ผมก็เดาจากเหตุประกาศตนเป็นสมาชิก สังคมโซเชียลมีเดีย ทุกช่องทางของนายกฯ ว่าปูทางไปสู่การเปิดตัวอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค เพื่อปิดทางการสาดใส่คำว่า สืบทอดอำนาจ จากฝ่ายตรงข้าม ที่หวังให้คนนึกว่าเหมือนยุคพลเอกสุจินดา ใช่หรือไม่ใช่ ก็ไม่รู้นะ ผมก็ว่าดุ่ยไปงั้นแหละ อันดับนักเทนนิสหญิงดับเบิลยูทีเอ (วันที่ 15 ตค2561)

พลังดูด พลังประชารัฐ เร่งเครื่องหนัก ก่อนเส้นตาย 23 พย   16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น โลร็องต์ กอสเซียลนี่ กองหลังอาร์เซนอล ประกาศเลิกเล่นทีมชาติ พร้อมวิจารณ์ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ส บอสทีม ตราไก่ คนที่นำทีมคว้าแชมป์โลกได้เมื่อตอนซัมเมอร์ ทันที gclub99คลิกเพื่ออ่านข่าวก่อนหน้านี้ ป๋าเต็ด ผ่าตัดฉุกเฉินหลังเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันโฆษกไก่อู อบรม หญิงหน่อย พ่นวาทกรรมอย่าทำให้คนไทยไม่เท่ากัน 15 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 16:20 น

อ่าน(198) | แสดงความคิดเห็น(720) | ส่งต่อ(811) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

อดีตจักรพรรดิ Liu Ziye 2021-09-18

วัง Xuan ดังนั้นไม่ว่าจะ ข่าวจริง หรือ ข่าวปลอม ก็แล้วแต่ แต่ถ้าลองสามารถ บิลต์อารมณ์ ของใครต่อใครได้แล้ว มันก็ย่อมนำไปสู่การพลิกล็อก พลิกฟ้า-คว่ำดิน เอาง่ายๆ อีกทั้งด้วย บุคลิกลักษณะโดยเฉพาะ ของคนรุ่นใหม่นั้น คงไม่เสียเวลาที่จะตามไปตรวจสอบ ทบทวน อะไรกันมากมาย เฉพาะแค่ คิด ก็ไม่อยากจะคิดซะแล้ว แนวรบโซเชียลมีเดีย จึงถือเป็นแนวรบที่อันตรายเอามากๆ สำหรับใครก็ตามที่สนใจการเมือง ซึ่งหนีไม่พ้นต้องหาทางแตะๆ เข้าไว้ก่อน หาทางทำความเข้าใจให้มากๆ เข้าไว้ ถึงจะพออยู่รอด ปลอดภัย ได้มั่ง แต่สำหรับผู้ที่ไม่ต้อง สนใจการเมือง หรือได้ ล้างมือในอ่างพลาสติก มานานแล้ว อย่างเช่น ท่านขุนน้อย เป็นต้น ก็อาจสบายไป ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิด เฟซบุ๊ก เหมือนใครต่อใครเขา ใช้วิธี แอบอ่าน แอบสำรวจ ตรวจสอบ ใครต่อใครเขาไปเรื่อยๆ อย่างเช่นเฟซบุ๊ก ของคุณพี่ สนานจิตต์ บางสพาน อันนี้ถ้าหากเกิด ท้องผูก ขึ้นมาเมื่อไหร่ เป็นอันต้องเข้าไปใช้บริการของคุณพี่เค้าเสมอๆ

ถอดหัวโขนลงพื้นที่ 3รมตอ้างเข้าใจบทบาทดี ดูดลูกกำนันเซียะซํ้า เป๊าะ 16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 3 รัฐมนตรีพลังประชารัฐเดินสายการเมืองแล้ว ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมรับฟังปัญหา ชี้มาในฐานะพรรคถอดหัวโขน รมตแล้ว ยันเข้าใจบทบาทตัวเองดี อุตตม ลั่นมีแผนเดินสายวันหยุดอีก เผยเหตุ โพธิพิพิธ ยกครัวมาซบเพราะผู้ใหญ่อ้างจะช่วยเหลือเหมือนกรณี กำนันเป๊าะ หากปักธงเมืองกาญจน์ยกจังหวัด มาร์ครู้ปัญหาแต่ไม่ขอพูดมาก พื้นที่สระบุรีเดือด อดิเรกสาร มึนดูดจนพื้นที่ทับซ้อน เมื่อวันจันทร์ถือเป็นครั้งแรกที่ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) ได้ลงพื้นที่ระดมสมองและรับฟังปัญหาที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งนายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหาร พปชรและประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยมได้จัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมตประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค พปชรได้เยี่ยมชมซุ้มต่างๆ ที่นำมาแสดงและได้ทดลองนวดแผนไทยด้วย ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค พปชรกล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมว่า ขอทำความเข้าใจวันนี้ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี แต่มาในนาม พปชร จึงอยากให้ทุกคนสบายใจ ไม่ได้มีหัวโขนติดมา โดยอยากมาฟังพี่น้องประชาชนจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน เราจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้สู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย เพราะสิ่งเหล่านี้หากได้ทำจะช่วยพี่น้องประชาชน ช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศ ช่วยคนข้างล่างได้มีโอกาส นี่คือสิ่งที่ตั้งใจมา นายสนธิรัตน์กล่าว ต่อมาในวงหารือเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ กว่า 200 คนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และส่ง 3 รัฐมนตรีเข้ารับฟัง โดยมีตัวแทนผู้นำชุมชนแสดงความเห็นทีละคน ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของรัฐบาล พร้อมขอบคุณรัฐมนตรีที่ใช้แนวทางประชารัฐแก้ไขปัญหาให้ชุมชน ทั้งนี้นายภานุมาศ แก้วนอก ตัวแทนชาวนาจาก จนครราชสีมา เรียกร้องให้เร่งทำพื้นที่ภาคอีสานเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตข้าว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งหาก พปชรผลักดันจริงจัง เชื่อว่านายอุตตมจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน และ พปชรจะได้ใจคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด นอกจากนี้ตัวแทนยังเรียกร้องให้ปลดหนี้เกษตรกร, ทำให้ชาวนามีเงินเดือน 3,000 บาทต่อครอบครัว และส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยววิถีชุมชน รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งจากตัวแทนเกษตรกร นายอุตตมกล่าวว่า ยินดีที่ประชาชนตื่นตัว ตื่นรู้ว่าอยากได้ประเทศและคนที่ขึ้นมาดูแลบริหารประเทศอย่างไร การพูดคุยวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการเมืองต่อไปในอนาคต และทุกเรื่องวันนี้จะรับไปดำเนินการเลย ภายหลังวงหารือเสร็จสิ้น นายชวนได้ร้องเพลงอยากให้ความรักที่แต่งขึ้นเอง พร้อมแต่งกลอนพลังใจ ก่อนระบุว่าชุมชนไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเราอยู่ ประเทศไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเรา นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรีและผู้บริหารพรรค พปชร หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรใช้ที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมืองว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสวันหยุดมารับฟังประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรีเข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ตอบว่าไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆ เป็นการหาเสียงล่วงหน้านั้น ยืนยันไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป เมื่อถามว่ากลัวกระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบช้ำนั้นเพราะไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำย่อมลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังมากที่สุด และเวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีให้ดีที่สุด โดยจะยุติบทบาทรัฐมนตรีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ส่วนนายอุตตมกล่าวว่า มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่จะมาทำงานให้ชาติ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นคนไทยทำอะไรดีๆ เพื่อประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มารับฟัง และไม่ใช่มาในนามพรรคการเมืองหรือมานำเสนอนโยบาย เพราะพรรคยังไม่เกิด ซึ่งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความเห็นประชาชนนั้น เบื้องต้นเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่เพิ่มเติมช่วงวันหยุดราชการ เพื่อนำประเด็นที่ได้จากการพูดคุยไปใช้ในการทำนโยบายในอนาคต ส่วนจะลงพื้นที่ไหนหรือจังหวัดนอกพื้นที่ กทมหรือไม่ ขอพิจารณาตามโอกาสอีกครั้ง เมื่อถามถึงการดึงตัวอดีต สสพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม นายอุตตมกล่าวว่า เป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค แต่กลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่ เมื่อถามว่าล่าสุดพบว่ามี 3 อดีตสมาชิกสภากรุงเทพ (สก) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มาร่วมฟังความเห็นครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเปิดตัวเข้าร่วมหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็น ส่วนกรณี นพพลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) นั้น มีการส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง ทั้งนี้ ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มี สกของพรรค ปชปที่มีข่าวว่าได้ย้ายมาสังกัด พปชร 3 คน ได้แก่ นสกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต สกพระนคร, นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต สกคลองเตย และนางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต สกดอนเมืองมาร่วมด้วย โดยนางกรณิศระบุว่าการตัดสินใจย้ายจาก ปชปไม่ใช่เพราะคำชวนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ แต่ตัดสินใจเอง หลังจากเห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง สสหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรค และไม่ทราบว่าจะมี สกปชปย้ายมาสังกัดอีกหรือไม่ ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวถึง 3 รัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชนที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมว่า เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นไม่ใช่แค่ 100% แต่เป็น 10,000% เพราะเอาเปรียบตั้งแต่คิดตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ชวนคนเข้าไปในทำเนียบฯ เอาเปรียบมาเป็นปีแล้ว ครั้งนี้จะเอาเปรียบอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร หากไม่อาย สังคมจะต้องมองเรื่องนี้ให้ละเอียด ท่านไม่ได้มาจากฐานของประชาชน แล้วยังเอาอำนาจที่มีอยู่ไปหาเสียงโดยอ้างประชาชน แล้วจะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร การจะไปบอกให้ 3 รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเป็นการสีซอเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์ นายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่พบประชาชน แต่อ้างว่าไม่ได้สวมหัวโขนรัฐมนตรีนั้น ความเป็นจริงคนเป็นรัฐมนตรีแล้วมีอำนาจบริหารถึงอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธการเป็นรัฐมนตรีได้ จึงถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ถูกแช่แข็งไม่ให้เคลื่อนไหวอย่างยิ่ง ถ้าอยากแข่งขันกันแฟร์ๆ คสชก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับนโยบายสร้างความปรองดองให้คนในชาติ เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองขัดแย้งมานาน แต่พอจะมีการเลือกตั้ง การสร้างความปรองดองกลายเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เพราะเริ่มสาดโคลนใส่กันทันที อยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นการแข่งขันกันทางนโยบาย และหยุดความขัดแย้งไว้ก่อน เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้พี่น้องประชาชน การเลือกตั้งก็สู้กันด้วยนโยบาย แพ้ชนะแล้วจบ เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ถ้าหากปล่อยไปเช่นนี้หลังเลือกตั้งประเทศก็คงจะมีความขัดแย้งอีก โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าว วันเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวในกรณีการย้ายพรรคอีก โดยเฉพาะกรณีนายธรรมวิชญ์ และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ บุตรชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต สสกาญจนบุรี ปชปจะย้ายไปพรรค พปชร โดยมีรายงานแจ้งว่ามีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ซึ่งนายประชาถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่านนางเขมพร ต่างใจเย็น หรือซ้อเขม ภรรยากำนันเซียะที่หลบหนีไปด้วย โดยประสานงานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะผู้ใหญ่ใน พปชรตั้งเป้าต้องปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้ มีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้ในลักษณะเดียวกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะที่ได้รับการพักโทษไปก่อนหน้านี้ และกลุ่มพรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม จะเข้าซบ พปชร ซึ่งลูกชายกำนันเซียะต้องย้ายพรรค โดยได้แจ้งให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ปชปที่ทั้งสองให้ความเคารพรับทราบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รายงานแจ้งอีกว่า พปชรยังมีความพยายามที่จะดูดอดีต สสกาญจนบุรี ปชปอีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยมีซ้อเขมเป็นผู้ประสานงาน และขอร้องเพื่อช่วยกำนันเซียะกลับไทยเร็วขึ้น เนื่องจากมีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องได้ยกจังหวัดนายปารเมศยอมรับว่าถูกทาบทามจากผู้มีอำนาจหลายด้าน ทั้งตำรวจ ทหาร และผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่ พปชรเพื่อพัฒนาจังหวัดในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนนายฉัตรพันธ์กล่าวว่า มีการทาบทามให้ไปสังกัด พปชรจริง แต่จะยืนหยัดอยู่กับ ปชปต่อ เนื่องจาก ปชปให้โอกาสได้เกิดทางการเมืองขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้า ปชปกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีต สสกาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีต สสของพรรคไปสังกัด พปชรอย่างต่อเนื่อง ด้าน รตปรพล อดิเรกสาร อดีต สสสระบุรี ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชรกล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำ พปชรทาบทาม นสกัลยา รุ่งวิจิตรชัย อดีต สสสระบุรี ปชปมาร่วมงาน จนอาจส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เลือกตั้งสระบุรีเขต 1 ว่า ถ้าเป็นจริงจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องมีฐานเสียงตรงข้ามกันมาตลอด ซึ่งบางทีคนในพรรคอาจไม่เข้าใจตรงนี้ลึกซึ้ง และได้วางตัวทีมงานลงแทนในเขตนี้ไว้นานแล้ว คือนายปริญญา วันทา ที่ปรึกษา อบจสระบุรี และเคยพานายปริญญาไปพบผู้ใหญ่ในพรรค รวมถึงให้ความเห็นชอบแล้วด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนเเปลงอะไร แกนนำพรรคต้องมาบอกกล่าวให้รับทราบก่อน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สสเชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี รตอชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรพูดเรื่องการเมืองในทำเนียบฯ ว่า ทำเนียบฯ เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน หากจะแยกแยะไม่ให้พูดเรื่องการเมืองอาจเป็นเรื่องยาก แทนที่ กกตจะไปจับตาตรงนั้น อยากให้ กกตไปจับตาในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกัน ล่าสุดวันที่ 14 ตคได้รับแจ้งจากอดีต สสของพรรคในพื้นที่ จพะเยา ว่าตัวแทนพรรค พปชรมีการแนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชรเขต 1 จพะเยา โดยจัดให้มีการชุมนุมของประชาชนและผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสชหรือไม่ ตรงนี้อยากให้ กกตเข้าไปตรวจสอบด้วย หากพรรคการเมืองหนึ่งทำได้ แต่อีกพรรคทำไม่ได้ จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พทกล่าวถึงกรณีนายชูกัน กุลวงษา อดีต สส นครพนม เขต 4 ย้ายไปอยู่ พปชรและทำให้ตนเองอาสามาลงเขตดังกล่าวแทนว่า เมื่อวันที่ 14 ตคได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหาประชาชน แต่มีทหารสองนายนอกเครื่องแบบตามประกบถึงในห้องประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีทหารชั้นผู้น้อยได้รับคำสั่งเช่นนี้ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัด ซึ่งน่าจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของชาติ ขออนุญาตฝากท่านผู้บังคับบัญชา ควรมอบหมายภารกิจให้ถูกต้องกับหน้าที่ของทหาร ผมหวังที่จะเห็นทหารที่ลงตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศขณะนี้ได้กลับกรมกอง บ้านเมืองมิได้มีภัยคุกคามใดๆ เลย ตรงกันข้ามถ้าทหารยังอยู่ตามตำบลหมู่บ้านในช่วงเวลานี้ จะถูกสังคมกล่าวหาว่าบล็กพรรคการเมืองอื่น แต่ปล่อยพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล การเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม อันจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นประเทศถดถอย จึงขอฝากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม นายชวลิตกล่าว

เฉินเซียงกง 2021-09-18 00:56:59

โลร็องต์ กอสเซียลนี่ กองหลังอาร์เซนอล ประกาศเลิกเล่นทีมชาติ พร้อมวิจารณ์ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ส บอสทีม ตราไก่ คนที่นำทีมคว้าแชมป์โลกได้เมื่อตอนซัมเมอร์ ทันที

จักรพรรดิซวนวู 2021-09-18 00:56:59

บุรีรัมย์ อดีตเมืองตำน้ำกิน ยากจนระดับต้นๆ ของประเทศ แต่ภายในเวลา 7-8 ปี จังหวัดแห่งนี้กลายเป็นโมเดลของการพัฒนาด้านเมืองกีฬา เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลที่เป็นแชมป์ 6 ปีซ้อน เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตจีพีครั้งแรกของประเทศ, สุดารัตน์ โพสต์ซัด รัฐบาล ทำคนไทยไม่เท่าเทียมกัน แบ่งแยกคนจนคนรวย อุ้มผู้ถือบัตรคนจนรักษาฟรี แถมกีดกัน ปชชนั่งซูเปอร์บอร์ดสุขภาพแค่ 3 คนจาก 45 คน ไก่อู ตอก หญิงหน่อย อย่าใช้วาทกรรมสร้างความขัดแย้งหวังผลการเมือง ยันแก้ข้อความ กมให้ครอบคลุมไม่กระทบสิทธิ์เดิม ปชป อัด ไทยนิยมลุงตู่ เหมือน ประชานิยมแม้ว แค่โครงการหาเสียง เมื่อวันที่ 15 ตค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรื่อง อย่าทำให้คนไทยไม่เท่ากัน ด้วยบัตรคนจน เนื้อหาระบุว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ 30 บาทรักษาทุกโรคต้องยึดหลักความทัดเทียม ที่คนไทยทุกคนจะต้องได้รับสิทธิและโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพทัดเทียมกัน หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นของประชาชน จึงต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ล่าสุดคณะรัฐมนตรีกลับมีมติอนุมัติกฎหมายตั้งซูเปอร์บอร์ดสุขภาพ โดยให้มีภาคประชาชนเพียง 3 คน จาก 45 คน ซึ่งที่เหลือส่วนมากเป็นข้าราชการ และมีเอกชนตัวแทนบริษัทยาข้ามชาติมาเป็นกรรมการ แล้วประชาชนอยู่ตรงไหน คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลนี้ได้ประกาศให้ผู้ที่ถือบัตรคนจนรักษาฟรี ทั้งที่ในความเป็นจริงประชาชนทุกคนที่ได้รับบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคก็ได้รับการรักษาฟรีอยู่แล้ว โดยไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นคนจน แต่รัฐบาลกลับมีมติ ครมให้ผู้ถือบัตรคนจนรักษาฟรี ซึ่งกลายเป็นเรื่องแบ่งแยกคนจนคนรวย ย้อนกลับไปเหมือนยุคบัตรอนาถาสำหรับคนจนเหมือนเมื่อสมัยปี พศ2518 ซึ่งอาจจะเป็นการเปิดช่องแบ่งแยกคนจนออกไป และอาจทำให้มีการเลือกปฏิบัติได้ ซึ่งถือเป็นการขัดหลักการของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างร้ายแรง ขอย้ำว่าหลักการของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ 30 บาทรักษาทุกโรค คือต้องการให้คนไทยทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงการรักษาพยาบาลด้วยคุณภาพดีทัดเทียมกัน โดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ คนรวยหรือคนจน ไม่ใช่คนจนต้องรักษาแบบอนาถา นี่คือหัวใจของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค มิใช่เรื่องที่ใครจะพยายามเอาเรื่องการรักษาฟรีไปหาเสียงอย่างผิดๆ โดยทำให้ หลักการ ของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าผิดเพี้ยน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดิฉันยอมไม่ได้ค่ะ คุณหญิงสุดารัตน์ระบุในโพสต์ ช่วงท้ายของการโพสต์ครั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังได้ติดแฮชแท็ก #คนไทยต้องเท่ากัน จากนั้น พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้โพสต์ดังกล่าวของคุณหญิงสุดารัตน์ว่า คุณหญิงสุดารัตน์อาจจะไม่ได้ศึกษาจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรเป็นอะไร โดยมองปัญหาจากความคิดของตัวท่านเองเป็นหลัก เพราะมติ ครมที่ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรักษาฟรีนั้น เป็นเพียงการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในกฎหมายให้ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการ ไม่ได้มีผลต่อสิทธิ์รับการรักษาที่ฟรีอยู่แล้ว พลทสรรเสริญกล่าวว่า เมื่อดูจากเนื้อหาที่คุณหญิงสุดารัตน์เขียนก็น่าจะหวังผลทางการเมือง เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมากกว่าที่จะเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้สังคม คล้ายกับที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลเคยถูกกล่าวหาว่าจะยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งที่ไม่เป็นความจริง สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่ง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเสมอคนไทยทุกคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบราชการหรือประกันสังคมจะได้รับสิทธิ์นี้ ซึ่งเป็นการรักษาฟรีด้วยคุณภาพที่ดีทัดเทียมกัน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ แต่หากใครมีกำลังพออยากจะร่วมจ่ายกับภาครัฐก็สามารถทำได้ ยืนยันรัฐบาลนี้ไม่เคยแบ่งแยกประชาชน มีแต่นักการเมืองบางกลุ่มบางคนที่ชอบใช้วาทกรรมแบ่งแยกคนรวยคนจนให้เกิดความขัดแย้ง ขอย้ำว่าสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับการพัฒนาไปมาก ทั้งเรื่องงบประมาณรายหัวที่รัฐสนับสนุน ประเภทของโรคและยาที่เพิ่มขึ้น และอีกหลายเรื่อง จนได้รับการยกย่องชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาชาติ พลทสรรเสริญกล่าว โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาตินั้น เป็นการรวมบุคคลหรือหน่วยงานที่หลากหลายกระจายไปทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยราชการที่มีภารกิจด้านสุขภาพ สภาวิชาชีพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคมและเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิให้เข้ามาทำงานร่วมกัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลพลอประยุทธ์ว่า ไม่แตกต่างอะไรกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ พลอประยุทธ์เคยด่าว่าไว้เลยแม้แต่น้อย เพราะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ คือรองนายกฯ สมัยนายทักษิณเป็นนายกฯ นั่นเอง จึงสามารถลอกเลียนแบบได้อย่างแนบเนียน มีทั้งข้อดีและข้อเสียติดตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ข้อดีนั้นคือดูเสมือนว่าเงินลงไปถึงมือชุมชน ข้อด้อยคือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบราชการ และการทุจริตจะเป็นทวีคูณภายใต้อำนาจของ ม44 เพียงแต่ว่ารอเวลารัฐบาลชุดนี้จะหมดอำนาจเท่านั้นเอง การทุจริตต่างๆ ก็จะเปิดเผยยิ่งกว่าดอกเห็ด นายวัชระกล่าว อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า โครงการไทยนิยมยั่งยืนคือโครงการเอาเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศไปหว่านโปรยทุกหมู่บ้านนับแสนๆ ล้านบาท ยิงตรงหมู่บ้านละ 2 แสนบ้าง ผ่านบัตรโครงการสวัสดิการคนจนให้ไปซื้อที่ร้านประชารัฐ ปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาทบ้าง ยิ่งใกล้เลือกตั้งก็จะลดแลกแจกแถมเติมเงินให้ยิ่งกว่าซานตาคลอส ซึ่งมีเป้าหมายเดียวที่ว่าเพื่อหาคะแนนนิยมให้ พลอประยุทธ์สืบทอดอำนาจเป็นนายกฯ สมัยหน้าชัดๆ ประเทศชาติจะเสียงบประมาณ จะฉิบหายไม่ว่า ขอให้นายข้าเป็นนายกฯ ขอให้ คสชได้สืบทอดอำนาจก็พอนั้นอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วยหรือ รัฐบาลต้องทบทวนโครงการประชานิยมแบบนี้ ว่าจะส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนคนยากจนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้คะแนนเสียงของพลเอกประยุทธ์เพียงอย่างเดียว ไม่ว่ารัฐบาลจะทุ่มงบประมาณเพิ่มมากขึ้นอีกกี่แสนล้านบาทในช่วงไตรมาสสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง แต่ถ้ายังกดหัวพี่น้องประชาชนด้วยอำนาจเผด็จการเศรษฐกิจและการเมืองแบบนี้ ก็ไม่อาจจะเอาชนะใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ อาจเป็นเพียงการถูกใจชั่วขณะของบรรดาลิ่วล้อพรรคการเมืองในเครือข่ายของ คสชเท่านั้น อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ผู้นี้กล่าว。 บุรีรัมย์ อดีตเมืองตำน้ำกิน ยากจนระดับต้นๆ ของประเทศ แต่ภายในเวลา 7-8 ปี จังหวัดแห่งนี้กลายเป็นโมเดลของการพัฒนาด้านเมืองกีฬา เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลที่เป็นแชมป์ 6 ปีซ้อน เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตจีพีครั้งแรกของประเทศ。

france kgm 2021-09-18 00:56:59

เพื่อไทยนครพนมร้าว ชูกัน กุลวงษา โดดซบพลังประชารัฐ 15 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 17:43 น , หม่อง ทองดี ประกาศ ผมจะไปเลือกตั้งครับ หลังจากได้บัตรประชาชนไทยเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา。 อีกด้าน พรรคพลังประชารัฐ จะตามรอยเดินสายเช่นเดียวกับ กลุ่มสามมิตร หรือไม่? หลัง อุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรมและว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ลงพื้นที่พบประชาชนในกิจกรรม ขับเคลื่อนเครือข่ายชุมชนฐานราก ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ปฏิเสธไม่ได้มาในฐานะพรรคการเมือง ทำงานในฐานะรัฐบาล มาตามคำเชิญของชาวบ้าน พร้อมเปรยทำนองว่าเป็นไปได้จะใช้เวลาทุกวันหยุดพบปะเครือข่ายต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 0。

หลิน เมอร์เนียง 2021-09-18 00:56:59

โฆษกไก่อู อบรม หญิงหน่อย พ่นวาทกรรมอย่าทำให้คนไทยไม่เท่ากัน 15 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 16:20 น ,ถอดหัวโขนลงพื้นที่ 3รมตอ้างเข้าใจบทบาทดี ดูดลูกกำนันเซียะซํ้า เป๊าะ 16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 3 รัฐมนตรีพลังประชารัฐเดินสายการเมืองแล้ว ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมรับฟังปัญหา ชี้มาในฐานะพรรคถอดหัวโขน รมตแล้ว ยันเข้าใจบทบาทตัวเองดี อุตตม ลั่นมีแผนเดินสายวันหยุดอีก เผยเหตุ โพธิพิพิธ ยกครัวมาซบเพราะผู้ใหญ่อ้างจะช่วยเหลือเหมือนกรณี กำนันเป๊าะ หากปักธงเมืองกาญจน์ยกจังหวัด มาร์ครู้ปัญหาแต่ไม่ขอพูดมาก พื้นที่สระบุรีเดือด อดิเรกสาร มึนดูดจนพื้นที่ทับซ้อน เมื่อวันจันทร์ถือเป็นครั้งแรกที่ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) ได้ลงพื้นที่ระดมสมองและรับฟังปัญหาที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งนายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหาร พปชรและประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยมได้จัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมตประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค พปชรได้เยี่ยมชมซุ้มต่างๆ ที่นำมาแสดงและได้ทดลองนวดแผนไทยด้วย ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค พปชรกล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมว่า ขอทำความเข้าใจวันนี้ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี แต่มาในนาม พปชร จึงอยากให้ทุกคนสบายใจ ไม่ได้มีหัวโขนติดมา โดยอยากมาฟังพี่น้องประชาชนจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน เราจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้สู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย เพราะสิ่งเหล่านี้หากได้ทำจะช่วยพี่น้องประชาชน ช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศ ช่วยคนข้างล่างได้มีโอกาส นี่คือสิ่งที่ตั้งใจมา นายสนธิรัตน์กล่าว ต่อมาในวงหารือเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ กว่า 200 คนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และส่ง 3 รัฐมนตรีเข้ารับฟัง โดยมีตัวแทนผู้นำชุมชนแสดงความเห็นทีละคน ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของรัฐบาล พร้อมขอบคุณรัฐมนตรีที่ใช้แนวทางประชารัฐแก้ไขปัญหาให้ชุมชน ทั้งนี้นายภานุมาศ แก้วนอก ตัวแทนชาวนาจาก จนครราชสีมา เรียกร้องให้เร่งทำพื้นที่ภาคอีสานเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตข้าว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งหาก พปชรผลักดันจริงจัง เชื่อว่านายอุตตมจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน และ พปชรจะได้ใจคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด นอกจากนี้ตัวแทนยังเรียกร้องให้ปลดหนี้เกษตรกร, ทำให้ชาวนามีเงินเดือน 3,000 บาทต่อครอบครัว และส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยววิถีชุมชน รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งจากตัวแทนเกษตรกร นายอุตตมกล่าวว่า ยินดีที่ประชาชนตื่นตัว ตื่นรู้ว่าอยากได้ประเทศและคนที่ขึ้นมาดูแลบริหารประเทศอย่างไร การพูดคุยวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการเมืองต่อไปในอนาคต และทุกเรื่องวันนี้จะรับไปดำเนินการเลย ภายหลังวงหารือเสร็จสิ้น นายชวนได้ร้องเพลงอยากให้ความรักที่แต่งขึ้นเอง พร้อมแต่งกลอนพลังใจ ก่อนระบุว่าชุมชนไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเราอยู่ ประเทศไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเรา นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรีและผู้บริหารพรรค พปชร หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรใช้ที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมืองว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสวันหยุดมารับฟังประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรีเข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ตอบว่าไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆ เป็นการหาเสียงล่วงหน้านั้น ยืนยันไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป เมื่อถามว่ากลัวกระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบช้ำนั้นเพราะไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำย่อมลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังมากที่สุด และเวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีให้ดีที่สุด โดยจะยุติบทบาทรัฐมนตรีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ส่วนนายอุตตมกล่าวว่า มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่จะมาทำงานให้ชาติ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นคนไทยทำอะไรดีๆ เพื่อประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มารับฟัง และไม่ใช่มาในนามพรรคการเมืองหรือมานำเสนอนโยบาย เพราะพรรคยังไม่เกิด ซึ่งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความเห็นประชาชนนั้น เบื้องต้นเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่เพิ่มเติมช่วงวันหยุดราชการ เพื่อนำประเด็นที่ได้จากการพูดคุยไปใช้ในการทำนโยบายในอนาคต ส่วนจะลงพื้นที่ไหนหรือจังหวัดนอกพื้นที่ กทมหรือไม่ ขอพิจารณาตามโอกาสอีกครั้ง เมื่อถามถึงการดึงตัวอดีต สสพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม นายอุตตมกล่าวว่า เป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค แต่กลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่ เมื่อถามว่าล่าสุดพบว่ามี 3 อดีตสมาชิกสภากรุงเทพ (สก) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มาร่วมฟังความเห็นครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเปิดตัวเข้าร่วมหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็น ส่วนกรณี นพพลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) นั้น มีการส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง ทั้งนี้ ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มี สกของพรรค ปชปที่มีข่าวว่าได้ย้ายมาสังกัด พปชร 3 คน ได้แก่ นสกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต สกพระนคร, นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต สกคลองเตย และนางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต สกดอนเมืองมาร่วมด้วย โดยนางกรณิศระบุว่าการตัดสินใจย้ายจาก ปชปไม่ใช่เพราะคำชวนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ แต่ตัดสินใจเอง หลังจากเห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง สสหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรค และไม่ทราบว่าจะมี สกปชปย้ายมาสังกัดอีกหรือไม่ ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวถึง 3 รัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชนที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมว่า เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นไม่ใช่แค่ 100% แต่เป็น 10,000% เพราะเอาเปรียบตั้งแต่คิดตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ชวนคนเข้าไปในทำเนียบฯ เอาเปรียบมาเป็นปีแล้ว ครั้งนี้จะเอาเปรียบอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร หากไม่อาย สังคมจะต้องมองเรื่องนี้ให้ละเอียด ท่านไม่ได้มาจากฐานของประชาชน แล้วยังเอาอำนาจที่มีอยู่ไปหาเสียงโดยอ้างประชาชน แล้วจะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร การจะไปบอกให้ 3 รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเป็นการสีซอเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์ นายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่พบประชาชน แต่อ้างว่าไม่ได้สวมหัวโขนรัฐมนตรีนั้น ความเป็นจริงคนเป็นรัฐมนตรีแล้วมีอำนาจบริหารถึงอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธการเป็นรัฐมนตรีได้ จึงถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ถูกแช่แข็งไม่ให้เคลื่อนไหวอย่างยิ่ง ถ้าอยากแข่งขันกันแฟร์ๆ คสชก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับนโยบายสร้างความปรองดองให้คนในชาติ เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองขัดแย้งมานาน แต่พอจะมีการเลือกตั้ง การสร้างความปรองดองกลายเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เพราะเริ่มสาดโคลนใส่กันทันที อยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นการแข่งขันกันทางนโยบาย และหยุดความขัดแย้งไว้ก่อน เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้พี่น้องประชาชน การเลือกตั้งก็สู้กันด้วยนโยบาย แพ้ชนะแล้วจบ เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ถ้าหากปล่อยไปเช่นนี้หลังเลือกตั้งประเทศก็คงจะมีความขัดแย้งอีก โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าว วันเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวในกรณีการย้ายพรรคอีก โดยเฉพาะกรณีนายธรรมวิชญ์ และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ บุตรชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต สสกาญจนบุรี ปชปจะย้ายไปพรรค พปชร โดยมีรายงานแจ้งว่ามีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ซึ่งนายประชาถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่านนางเขมพร ต่างใจเย็น หรือซ้อเขม ภรรยากำนันเซียะที่หลบหนีไปด้วย โดยประสานงานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะผู้ใหญ่ใน พปชรตั้งเป้าต้องปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้ มีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้ในลักษณะเดียวกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะที่ได้รับการพักโทษไปก่อนหน้านี้ และกลุ่มพรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม จะเข้าซบ พปชร ซึ่งลูกชายกำนันเซียะต้องย้ายพรรค โดยได้แจ้งให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ปชปที่ทั้งสองให้ความเคารพรับทราบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รายงานแจ้งอีกว่า พปชรยังมีความพยายามที่จะดูดอดีต สสกาญจนบุรี ปชปอีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยมีซ้อเขมเป็นผู้ประสานงาน และขอร้องเพื่อช่วยกำนันเซียะกลับไทยเร็วขึ้น เนื่องจากมีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องได้ยกจังหวัดนายปารเมศยอมรับว่าถูกทาบทามจากผู้มีอำนาจหลายด้าน ทั้งตำรวจ ทหาร และผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่ พปชรเพื่อพัฒนาจังหวัดในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนนายฉัตรพันธ์กล่าวว่า มีการทาบทามให้ไปสังกัด พปชรจริง แต่จะยืนหยัดอยู่กับ ปชปต่อ เนื่องจาก ปชปให้โอกาสได้เกิดทางการเมืองขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้า ปชปกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีต สสกาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีต สสของพรรคไปสังกัด พปชรอย่างต่อเนื่อง ด้าน รตปรพล อดิเรกสาร อดีต สสสระบุรี ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชรกล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำ พปชรทาบทาม นสกัลยา รุ่งวิจิตรชัย อดีต สสสระบุรี ปชปมาร่วมงาน จนอาจส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เลือกตั้งสระบุรีเขต 1 ว่า ถ้าเป็นจริงจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องมีฐานเสียงตรงข้ามกันมาตลอด ซึ่งบางทีคนในพรรคอาจไม่เข้าใจตรงนี้ลึกซึ้ง และได้วางตัวทีมงานลงแทนในเขตนี้ไว้นานแล้ว คือนายปริญญา วันทา ที่ปรึกษา อบจสระบุรี และเคยพานายปริญญาไปพบผู้ใหญ่ในพรรค รวมถึงให้ความเห็นชอบแล้วด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนเเปลงอะไร แกนนำพรรคต้องมาบอกกล่าวให้รับทราบก่อน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สสเชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี รตอชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรพูดเรื่องการเมืองในทำเนียบฯ ว่า ทำเนียบฯ เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน หากจะแยกแยะไม่ให้พูดเรื่องการเมืองอาจเป็นเรื่องยาก แทนที่ กกตจะไปจับตาตรงนั้น อยากให้ กกตไปจับตาในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกัน ล่าสุดวันที่ 14 ตคได้รับแจ้งจากอดีต สสของพรรคในพื้นที่ จพะเยา ว่าตัวแทนพรรค พปชรมีการแนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชรเขต 1 จพะเยา โดยจัดให้มีการชุมนุมของประชาชนและผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสชหรือไม่ ตรงนี้อยากให้ กกตเข้าไปตรวจสอบด้วย หากพรรคการเมืองหนึ่งทำได้ แต่อีกพรรคทำไม่ได้ จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พทกล่าวถึงกรณีนายชูกัน กุลวงษา อดีต สส นครพนม เขต 4 ย้ายไปอยู่ พปชรและทำให้ตนเองอาสามาลงเขตดังกล่าวแทนว่า เมื่อวันที่ 14 ตคได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหาประชาชน แต่มีทหารสองนายนอกเครื่องแบบตามประกบถึงในห้องประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีทหารชั้นผู้น้อยได้รับคำสั่งเช่นนี้ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัด ซึ่งน่าจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของชาติ ขออนุญาตฝากท่านผู้บังคับบัญชา ควรมอบหมายภารกิจให้ถูกต้องกับหน้าที่ของทหาร ผมหวังที่จะเห็นทหารที่ลงตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศขณะนี้ได้กลับกรมกอง บ้านเมืองมิได้มีภัยคุกคามใดๆ เลย ตรงกันข้ามถ้าทหารยังอยู่ตามตำบลหมู่บ้านในช่วงเวลานี้ จะถูกสังคมกล่าวหาว่าบล็กพรรคการเมืองอื่น แต่ปล่อยพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล การเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม อันจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นประเทศถดถอย จึงขอฝากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม นายชวลิตกล่าว。ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @bie_kpn @gggubgib36。

หมี Bassoromi 2021-09-18 00:56:59

ปธนมัลดีฟส์โทษหมึกล่องหน ต้นเหตุแพ้เลือกตั้งพลิกล็อก 15 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 21:18 น ประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน ของมัลดีฟส์ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ อ้างต่อศาลว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 23 กันยายน เขาสูญคะแนนเพราะหมึกล่องหนและสารเคลือบบนบัตรเลือกตั้ง, เมื่อค่ำวันอาทิตย์ กษัตริย์ซัลมานทรงสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี และทรงเน้นความสำคัญของการตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนร่วมกัน。ถอดหัวโขนลงพื้นที่ 3รมตอ้างเข้าใจบทบาทดี ดูดลูกกำนันเซียะซํ้า เป๊าะ 16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 3 รัฐมนตรีพลังประชารัฐเดินสายการเมืองแล้ว ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมรับฟังปัญหา ชี้มาในฐานะพรรคถอดหัวโขน รมตแล้ว ยันเข้าใจบทบาทตัวเองดี อุตตม ลั่นมีแผนเดินสายวันหยุดอีก เผยเหตุ โพธิพิพิธ ยกครัวมาซบเพราะผู้ใหญ่อ้างจะช่วยเหลือเหมือนกรณี กำนันเป๊าะ หากปักธงเมืองกาญจน์ยกจังหวัด มาร์ครู้ปัญหาแต่ไม่ขอพูดมาก พื้นที่สระบุรีเดือด อดิเรกสาร มึนดูดจนพื้นที่ทับซ้อน เมื่อวันจันทร์ถือเป็นครั้งแรกที่ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) ได้ลงพื้นที่ระดมสมองและรับฟังปัญหาที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ซึ่งนายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหาร พปชรและประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยมได้จัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน โดยก่อนเริ่มกิจกรรม นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมตประจำสำนักนายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค พปชรได้เยี่ยมชมซุ้มต่างๆ ที่นำมาแสดงและได้ทดลองนวดแผนไทยด้วย ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค พปชรกล่าวก่อนเริ่มกิจกรรมว่า ขอทำความเข้าใจวันนี้ไม่ได้มาในนามรัฐมนตรี แต่มาในนาม พปชร จึงอยากให้ทุกคนสบายใจ ไม่ได้มีหัวโขนติดมา โดยอยากมาฟังพี่น้องประชาชนจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน เราจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้สู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย เพราะสิ่งเหล่านี้หากได้ทำจะช่วยพี่น้องประชาชน ช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศ ช่วยคนข้างล่างได้มีโอกาส นี่คือสิ่งที่ตั้งใจมา นายสนธิรัตน์กล่าว ต่อมาในวงหารือเครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ กว่า 200 คนได้มีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม และส่ง 3 รัฐมนตรีเข้ารับฟัง โดยมีตัวแทนผู้นำชุมชนแสดงความเห็นทีละคน ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของรัฐบาล พร้อมขอบคุณรัฐมนตรีที่ใช้แนวทางประชารัฐแก้ไขปัญหาให้ชุมชน ทั้งนี้นายภานุมาศ แก้วนอก ตัวแทนชาวนาจาก จนครราชสีมา เรียกร้องให้เร่งทำพื้นที่ภาคอีสานเป็นมหาอำนาจด้านการผลิตข้าว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งหาก พปชรผลักดันจริงจัง เชื่อว่านายอุตตมจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน และ พปชรจะได้ใจคนอีสานทั้ง 20 จังหวัด นอกจากนี้ตัวแทนยังเรียกร้องให้ปลดหนี้เกษตรกร, ทำให้ชาวนามีเงินเดือน 3,000 บาทต่อครอบครัว และส่งเสริมเรื่องของการท่องเที่ยววิถีชุมชน รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งจากตัวแทนเกษตรกร นายอุตตมกล่าวว่า ยินดีที่ประชาชนตื่นตัว ตื่นรู้ว่าอยากได้ประเทศและคนที่ขึ้นมาดูแลบริหารประเทศอย่างไร การพูดคุยวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการเมืองต่อไปในอนาคต และทุกเรื่องวันนี้จะรับไปดำเนินการเลย ภายหลังวงหารือเสร็จสิ้น นายชวนได้ร้องเพลงอยากให้ความรักที่แต่งขึ้นเอง พร้อมแต่งกลอนพลังใจ ก่อนระบุว่าชุมชนไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเราอยู่ ประเทศไม่ต้องห่วงถ้ายังมีพวกเรา นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวในบทบาทรัฐมนตรีและผู้บริหารพรรค พปชร หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรใช้ที่และเวลาราชการในการสัมภาษณ์การเมืองว่า เราเข้าใจบทบาทตัวเองอยู่แล้ว จึงใช้โอกาสวันหยุดมารับฟังประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เวลาหรือทรัพยากรของรัฐมาใช้ ในเวลาราชการจะไม่คุยเรื่องการเมือง เราระมัดระวังมากเรื่องการตอบคำถาม เพราะอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกา จึงขอให้สบายใจได้ว่าจะเข้มงวด ไม่คิดจะใช้ความได้เปรียบของตำแหน่งและบทบาทหน้าที่รัฐมนตรีไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง แต่จะเดินหน้าทำงานโดยไม่เอาบทบาทรัฐมนตรีไปสร้างประโยชน์ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ 4 รัฐมนตรีเข้าไปพูดคุยกันในห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกฯ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ นายสนธิรัตน์ตอบว่าไปคุยกันเรื่องงาน ต้องดูว่าทำในบทบาทใด ถ้าคุยการเมืองเราจะไปประชุมข้างนอก เพราะไม่ถูกต้องที่จะใช้สถานที่ราชการ ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าการลงพื้นที่ต่างๆ เป็นการหาเสียงล่วงหน้านั้น ยืนยันไม่ได้หาเสียง เพียงแต่มาประชุม หากกลุ่มใดเชิญไปเราก็จะไป เมื่อถามว่ากลัวกระแสต่อต้านการดำเนินงานของพรรคจะบานปลายและกระทบพรรคหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกอย่างมีกรอบและหลักเกณฑ์ ที่การเมืองบอบช้ำนั้นเพราะไม่ได้อยู่บนหลักการ สิ่งที่เราทำในอดีตก็เคยทำกันมา เราเข้ามาทำย่อมลำบากใจมากกว่านักการเมืองในอดีตแน่นอน ซึ่งเราจะระมัดระวังมากที่สุด และเวลาที่เหลืออยู่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีให้ดีที่สุด โดยจะยุติบทบาทรัฐมนตรีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงเวลานั้นจะเดินหน้าทางการเมืองเต็มตัว เวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ส่วนนายอุตตมกล่าวว่า มาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่จะมาทำงานให้ชาติ และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นคนไทยทำอะไรดีๆ เพื่อประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มารับฟัง และไม่ใช่มาในนามพรรคการเมืองหรือมานำเสนอนโยบาย เพราะพรรคยังไม่เกิด ซึ่งการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความเห็นประชาชนนั้น เบื้องต้นเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่เพิ่มเติมช่วงวันหยุดราชการ เพื่อนำประเด็นที่ได้จากการพูดคุยไปใช้ในการทำนโยบายในอนาคต ส่วนจะลงพื้นที่ไหนหรือจังหวัดนอกพื้นที่ กทมหรือไม่ ขอพิจารณาตามโอกาสอีกครั้ง เมื่อถามถึงการดึงตัวอดีต สสพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วม นายอุตตมกล่าวว่า เป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค แต่กลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่ เมื่อถามว่าล่าสุดพบว่ามี 3 อดีตสมาชิกสภากรุงเทพ (สก) ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มาร่วมฟังความเห็นครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการเปิดตัวเข้าร่วมหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็น ส่วนกรณี นพพลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) นั้น มีการส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้พูดคุยโดยตรง ทั้งนี้ ในงานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม มี สกของพรรค ปชปที่มีข่าวว่าได้ย้ายมาสังกัด พปชร 3 คน ได้แก่ นสกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต สกพระนคร, นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต สกคลองเตย และนางกนกนุช กลิ่นสังข์ อดีต สกดอนเมืองมาร่วมด้วย โดยนางกรณิศระบุว่าการตัดสินใจย้ายจาก ปชปไม่ใช่เพราะคำชวนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ แต่ตัดสินใจเอง หลังจากเห็นแนวคิดและแนวทางการทำงานที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ส่วนจะถึงขั้นลงเลือกตั้ง สสหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแกนนำพรรค และไม่ทราบว่าจะมี สกปชปย้ายมาสังกัดอีกหรือไม่ ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวถึง 3 รัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชนที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมว่า เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นไม่ใช่แค่ 100% แต่เป็น 10,000% เพราะเอาเปรียบตั้งแต่คิดตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ชวนคนเข้าไปในทำเนียบฯ เอาเปรียบมาเป็นปีแล้ว ครั้งนี้จะเอาเปรียบอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร หากไม่อาย สังคมจะต้องมองเรื่องนี้ให้ละเอียด ท่านไม่ได้มาจากฐานของประชาชน แล้วยังเอาอำนาจที่มีอยู่ไปหาเสียงโดยอ้างประชาชน แล้วจะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร การจะไปบอกให้ 3 รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเป็นการสีซอเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์ นายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีในรัฐบาลเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่พบประชาชน แต่อ้างว่าไม่ได้สวมหัวโขนรัฐมนตรีนั้น ความเป็นจริงคนเป็นรัฐมนตรีแล้วมีอำนาจบริหารถึงอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธการเป็นรัฐมนตรีได้ จึงถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นที่ถูกแช่แข็งไม่ให้เคลื่อนไหวอย่างยิ่ง ถ้าอยากแข่งขันกันแฟร์ๆ คสชก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับนโยบายสร้างความปรองดองให้คนในชาติ เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองขัดแย้งมานาน แต่พอจะมีการเลือกตั้ง การสร้างความปรองดองกลายเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น เพราะเริ่มสาดโคลนใส่กันทันที อยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นการแข่งขันกันทางนโยบาย และหยุดความขัดแย้งไว้ก่อน เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้พี่น้องประชาชน การเลือกตั้งก็สู้กันด้วยนโยบาย แพ้ชนะแล้วจบ เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ถ้าหากปล่อยไปเช่นนี้หลังเลือกตั้งประเทศก็คงจะมีความขัดแย้งอีก โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าว วันเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวในกรณีการย้ายพรรคอีก โดยเฉพาะกรณีนายธรรมวิชญ์ และนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ บุตรชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต สสกาญจนบุรี ปชปจะย้ายไปพรรค พปชร โดยมีรายงานแจ้งว่ามีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ซึ่งนายประชาถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่านนางเขมพร ต่างใจเย็น หรือซ้อเขม ภรรยากำนันเซียะที่หลบหนีไปด้วย โดยประสานงานกว่า 2 สัปดาห์ เพราะผู้ใหญ่ใน พปชรตั้งเป้าต้องปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้ มีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้ในลักษณะเดียวกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะที่ได้รับการพักโทษไปก่อนหน้านี้ และกลุ่มพรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม จะเข้าซบ พปชร ซึ่งลูกชายกำนันเซียะต้องย้ายพรรค โดยได้แจ้งให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ปชปที่ทั้งสองให้ความเคารพรับทราบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รายงานแจ้งอีกว่า พปชรยังมีความพยายามที่จะดูดอดีต สสกาญจนบุรี ปชปอีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยมีซ้อเขมเป็นผู้ประสานงาน และขอร้องเพื่อช่วยกำนันเซียะกลับไทยเร็วขึ้น เนื่องจากมีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องได้ยกจังหวัดนายปารเมศยอมรับว่าถูกทาบทามจากผู้มีอำนาจหลายด้าน ทั้งตำรวจ ทหาร และผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่ พปชรเพื่อพัฒนาจังหวัดในทิศทางเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนนายฉัตรพันธ์กล่าวว่า มีการทาบทามให้ไปสังกัด พปชรจริง แต่จะยืนหยัดอยู่กับ ปชปต่อ เนื่องจาก ปชปให้โอกาสได้เกิดทางการเมืองขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้า ปชปกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีต สสกาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีต สสของพรรคไปสังกัด พปชรอย่างต่อเนื่อง ด้าน รตปรพล อดิเรกสาร อดีต สสสระบุรี ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชรกล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำ พปชรทาบทาม นสกัลยา รุ่งวิจิตรชัย อดีต สสสระบุรี ปชปมาร่วมงาน จนอาจส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เลือกตั้งสระบุรีเขต 1 ว่า ถ้าเป็นจริงจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เนื่องมีฐานเสียงตรงข้ามกันมาตลอด ซึ่งบางทีคนในพรรคอาจไม่เข้าใจตรงนี้ลึกซึ้ง และได้วางตัวทีมงานลงแทนในเขตนี้ไว้นานแล้ว คือนายปริญญา วันทา ที่ปรึกษา อบจสระบุรี และเคยพานายปริญญาไปพบผู้ใหญ่ในพรรค รวมถึงให้ความเห็นชอบแล้วด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนเเปลงอะไร แกนนำพรรคต้องมาบอกกล่าวให้รับทราบก่อน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สสเชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี รตอชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ระบุว่าไม่ควรพูดเรื่องการเมืองในทำเนียบฯ ว่า ทำเนียบฯ เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน หากจะแยกแยะไม่ให้พูดเรื่องการเมืองอาจเป็นเรื่องยาก แทนที่ กกตจะไปจับตาตรงนั้น อยากให้ กกตไปจับตาในพื้นที่ทั่วประเทศด้วย เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกัน ล่าสุดวันที่ 14 ตคได้รับแจ้งจากอดีต สสของพรรคในพื้นที่ จพะเยา ว่าตัวแทนพรรค พปชรมีการแนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรค พปชรเขต 1 จพะเยา โดยจัดให้มีการชุมนุมของประชาชนและผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสชหรือไม่ ตรงนี้อยากให้ กกตเข้าไปตรวจสอบด้วย หากพรรคการเมืองหนึ่งทำได้ แต่อีกพรรคทำไม่ได้ จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พทกล่าวถึงกรณีนายชูกัน กุลวงษา อดีต สส นครพนม เขต 4 ย้ายไปอยู่ พปชรและทำให้ตนเองอาสามาลงเขตดังกล่าวแทนว่า เมื่อวันที่ 14 ตคได้ลงพื้นที่รับทราบปัญหาประชาชน แต่มีทหารสองนายนอกเครื่องแบบตามประกบถึงในห้องประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีทหารชั้นผู้น้อยได้รับคำสั่งเช่นนี้ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัด ซึ่งน่าจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของทหารซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของชาติ ขออนุญาตฝากท่านผู้บังคับบัญชา ควรมอบหมายภารกิจให้ถูกต้องกับหน้าที่ของทหาร ผมหวังที่จะเห็นทหารที่ลงตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศขณะนี้ได้กลับกรมกอง บ้านเมืองมิได้มีภัยคุกคามใดๆ เลย ตรงกันข้ามถ้าทหารยังอยู่ตามตำบลหมู่บ้านในช่วงเวลานี้ จะถูกสังคมกล่าวหาว่าบล็กพรรคการเมืองอื่น แต่ปล่อยพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล การเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม อันจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นประเทศถดถอย จึงขอฝากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม นายชวลิตกล่าว。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

คา สิ โน ฝาก ท รู วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| slot joker funny 1️⃣2021| สมัคร จี คลับ รอยัล1️⃣M98| สล็อต เครดิต ฟรี แจก จริง 1️⃣2021| sagaming9891️⃣M98| คา สิ โน ออนไลน์ 991️⃣M98| สล็อต ทุน ฟรี1️⃣M98| slot 777 vip1️⃣M98| joker asia เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| slot แพนด้า1️⃣LOOK618| mgm99way 1️⃣2021| มาเฟีย 8081️⃣LOOK618| 100plus slot เครดิต ฟรี1️⃣M98| amb slot 891️⃣LOOK618| 285 casino pantip 1️⃣2021| เกม joker slot 1️⃣2021| 1 บาท ก็ ถอน ได้1️⃣LOOK618| ฝาก 50 รับ 100 ล่าสุด 20201️⃣M98| mafia 99th1️⃣M98| winclub88 ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| ufa แจก เครดิต ฟรี 2001️⃣M98| slotxo ทดลอง1️⃣M98| ทดลอง เล่น เกม โร ม่า1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 8881️⃣LOOK618| ufa แจก เครดิต ฟรี1️⃣M98| joker โปร 501️⃣LOOK618| สมัคร สล็อต live221️⃣M98| ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ำ ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| mega888 ท รู วอ ล เล็ ต1️⃣M98| แอ พ slotxo 1️⃣2021| สมัคร รับ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| 35 slotxo1️⃣M98| เครดิต ฟรี 50 ทํา ยอด 300 ถอน 300 ล่าสุด 1️⃣2021| ค่าย gtm1️⃣LOOK618| จี คลับ 15 ฟรี ส ปิ น 1️⃣2021| slotxo ฝาก 5 บาท ฟรี 99 บาท 20211️⃣M98| 918kiss auto 1️⃣2021| 10 รับ 100 joker1️⃣M98| เค ดิ ต ฟรี 50 ล่าสุด1️⃣LOOK618| เค ดิ ต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| สมัคร 918kiss 1001️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ ที่ ดี ที่สุด 1️⃣2021| เข้า สู่ ระบบ pg1️⃣LOOK618| เกม xo สล็อต 1️⃣2021| slotxo ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ ขั้น ต่ํา 1001️⃣M98| บา คา ร่า ได้ เงิน จริง1️⃣M98| ฝาก 15 รับ 100 xo1️⃣M98| 123 เกม ออนไลน์สล็อต มาเฟีย 2221️⃣M98| pg 88 slot 1️⃣2021| ฝาก 60 รับ 300bet88 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| slotxo x1️⃣M98| สมัคร สล็อต 10 รับ 1001️⃣M98| โหลด แอ พ pussy8881️⃣LOOK618| 69 slotxo1️⃣LOOK618| สล็อต ออนไลน์ ฝาก ผ่าน วอ เลท1️⃣M98| lego slot7771️⃣LOOK618| เว็บ บา ค่า ร่า ขั้น ต่ำ 10 บาท เว็บ ยอด นิยม1️⃣M98| 50 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น pg1️⃣LOOK618| สมัคร สมาชิก สล็อต 1688 1️⃣2021| slotxo เครดิต ฟรี 20201️⃣LOOK618| เล่น บา คา ร่า ผ่าน วอ เลท 1️⃣2021| ts911 ออนไลน์ 1️⃣2021| เกมส์ มา ส คา ร่า1️⃣M98| joker slot ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| เกม โจ๊ก เกอร์ 991️⃣M98| เกม อะไร เล่น ได้ เงิน จริง1️⃣M98| สมัคร เกม สล็อต โจ๊ก เกอร์1️⃣LOOK618| โปร สล็อต สมาชิก ใหม่ ล่าสุด 1️⃣2021| joker128 net1️⃣M98| ฝาก 1 บาท รับ 50 ล่าสุด 2020 1️⃣2021| sexsy8881️⃣M98| เกม สล็อต ท รู วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| ufabet ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา วอ เลท1️⃣LOOK618| สมัคร โจ๊ก เกอร์ วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| joker win9991️⃣M98| ฝาก 9 รับ 100 ล่าสุด วอ ล เลท1️⃣LOOK618| joker slot roma1️⃣M98| เกม บา คา ร่า sa 1️⃣2021| ufa6666 com default8 aspx lang en gb 1️⃣2021| 918kaya ทาง เข้า 1️⃣2021| 918 วอ เลท1️⃣M98| คา สิ โน เติม true wallet ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ำ 1️⃣2021| slotz9991️⃣M98| bestwin99 มือ ถือ1️⃣M98| gclub royal666mm88fc บา คา ร่า 1️⃣2021| ฝาก 15 รับ 100 วอ เลท xo1️⃣M98| ufaup2you ทาง เข้า1️⃣LOOK618| เว็บ บา คา ร่า เซ็กซี่1️⃣LOOK618| จี คลับ สล็อต มือ ถือ ฟรี 1️⃣2021| ฟรี เครดิต สล็อต 20201️⃣LOOK618| pg slot ฝาก วอ เลท1️⃣LOOK618| สมัคร สมาชิก slot4u 1️⃣2021| wwwibc91️⃣M98|